โรคฮิต!! จากการดำเนินชีวิตประจำวัน ตอนที่ 3

, , No Comments

At Home

    “การใช้ชีวิตในแต่ละวันอาจต้องพบกับความเครียด การแข่งขันสารพัดรูปแบบ” แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณก้าวเข้าสู่บ้าน ในอ้อมกอดของครอบครัวอยู่กับคนที่คุณรัก มันจะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข อบอุ่น สบายใจและปลอดภัยที่สุดของวันเลยทีเดียว เพราะครอบครัวหมายถึง บุคคลอันเป็นที่รักและมีความสำคัญกับชีวิต ทั้งพ่อ แม่ พี่น้อง ภรรยา และลูก
ซึ่งหลายครั้งเราให้ความสำคัญกับเรื่องราวภายนอกจนลืมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของเขาเหล่านั้น เช่น ภาวะสุขภาพที่เกิดขึ้นตามวัย หรือจากสิ่งแวดล้อมที่เราอาจมองข้ามไป
•    “ข้อเสื่อม” พบมากในผู้สูงอายุ หมายรวมถึงข้อเข่า ข้อสะโพก และกระดูกสันหลัง มีอาการปวดข้อ ข้อฝืด ขัด เวลาขยับ มีการโก่งผิดรูป ข้อเสื่อมเกิดจากการเสื่อมของข้อเมื่ออายุมากขึ้น การดำเนินชีวิตที่ต้องใช้งานหนัก น้ำหนักตัวมาก พันธุกรรม หรืออาจเกิดจากอุบัติเหตุ บาดเจ็บ ติดเชื้อ จากการอักเสบ การรักษาข้อเสื่อมทำได้หลายวิธี ทั้งการรักษาด้วยยา รวมไปถึงการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ ซึ่งในปัจจุบันยังมีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์นำวิถีช่วยในการผ่าตัด เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปได้แม่นยำยิ่งขึ้น แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยจะได้รับความบอบช้ำของเนื้อเยื่อน้อย และกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อคนในครอบครัวเข้าข่ายข้อเสื่อม ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อพิจารณาการรักษาที่เหมาะสม

•    “หลอดเลือดสมองตีบตันหรือแตก” ปกติจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันจากการใช้ชีวิตยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป ทั้งความเร่งรีบ ความเครียดสะสม การบริโภค ขาดการออกกำลังกาย การดื่มสุรา สูบบุหรี่ ล้วนมีผลทำใหเหลอดเลือดเสื่อมเร็วกว่าปกติ และหากมีโรคประจำตัวด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ จะมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดสมองตีบตัน หรือแตกได้มากขึ้น โรคหลอดเลือดสมองไม่มีอาการแสดงใดๆ มักเกิดอาการอย่างเฉียบพลัน เริ่มจากแขน หรือขาซีกใดซีกหนึ่งชา อ่อนแรง หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ตาพร่ามัว หากเกิดอาการต้องรีบนำผู้ป่วยพบแพทย์เฉพาะทางทันที เพื่อการรักษาที่ได้ประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องเอกซเรย์ตรวจวินิจฉัยและรักษาหลอดเลือด Bi-Plane DSA โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง

แต่เราสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดสมองโดยการค้นหาปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค และควบคุมปัจจัยนั้นๆ ด้วยเครื่องมือตรวจพิเศษ ซึ่งสะดวกไม่ยุ่งยาก อีกทั้งมีความปลอดภัยสูง 2 วิธีได้แก่ 

1. การตรวจการไหลเวียนของหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง (Ultrasound Carotid Duplex) เป็นนวัตกรรมสำหรับตรวจดูการไหลเวียนของหลอดเลือดใหญ่บริเวณคอ ทั้งบริเวณเส้นเลือดที่คอส่วนหน้า และด้านหลังที่ไหลเวียนไปเลี้ยงสมอง

2. การตรวจการไหลเวียนของหลอดเลือดที่สมอง (Transcranail Doppler หรือ TCD) ใช้หลักการเดียวกันกับ Carotid Duplex คือใช้คลื่นความถี่สูง แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ซึ่งสามารถทะลุทะลวงผนังของกระโหลกศีรษะเข้าไปในเนื้อสมองจนถึงเส้นเลือดที่เลี้ยงสมองได้ แล้วเกิดการสะท้อนกลับเมื่อมีการไหลของเลือดมากระทบเสียงนั้น เสียงที่ได้จากการสะท้อนกลับมานั้น จะถูกนำมาสร้างเป็นภาพ ซึ่งกระบวนการนี้เราเรียกว่า Transcranail Doppler Analysis คือการตรวจดูสภาพของหลอดเลือดในสมอง โดยอาศัยหลักการสะท้อนกลับ เพื่อตรวจดูสภาพหลอดเลือด หากตรวจพบว่าหลอดเลือดเกิดการตีบตัน แพทย์จะวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดอาการรุนแรงจนสายเกินแก้ไข

•    “หลอดเลือดหัวใจตีบ" หรือที่เรียกกันง่ายๆ “โรคหัวใจ” มักเกิดในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น มีโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ มีญาติสายตรงเป็นโรคหัวใจ ภาวะอ้วนลงพุง โรคหลอดเลือดหัวใจมักไม่มีอาการแสดงเช่นเดียวกับโรคหลอดเลือดสมอง แต่จะเกิดอาการแบบเฉียบพลัน อาการจุกแน่นหน้าอก ร้วไปที่ตเนแขน หรือกราม โดยมักเกิดอาการเวลาเครียดหรือออกกำลังกาย หากเกิดอาการต้องรีบพบแพทย์เฉพาะทางโดยเร็วที่สุด เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

การป้องกันการเกิดโรคหัวใจคือ ดูแลตนเองด้วยการรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จัดการกับความเครียดที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการเฝ้าระวังโรคร้ายโดยการตรวจสุขภาพหัวใจ ซึ่งทำได้หลายวิธี เช่น การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะเดินสายพาน (Exercise Stress Test) การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อน (Echocardiography) การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง รวมถึงการตรวจสวนหัวใจและฉีดสีซึ่งจะให้ผลการวินิจฉัยที่แม่นยำ และแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้ทันทีที่พบโรค

•    “มะเร็งต่อมลูกหมาก” เป็นมะเร็งที่พบในชายสูงอายุ ในระยะแรกของโรคมักไม่มีอาการ เมื่อมีอาการแสดงว่ามะเร็งได้มีการเจริญเติบโตมานานและเป็นมากแล้ว มะเร็งต่อมลูกหมาก เหมือนมะเร็งหลายๆชนิด ถ้ารักษาตั้งแต่ระยะแรกจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด ลักษณะอาการของโรค ได้แก่ ปัสสาวะลำบากเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ หรือมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดกระดูก เลือดจางกว่าปกติมาก หรือปัสสาวะขุ่นอาจมีเลือดเจือปน สามารถตรวจหาความเสี่ยงได้ 2 วิธี คือ การตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก และการตรวจเลือดเพื่อหาสาร PSA (Prostate Specific Antigen)

•    “มะเร็งปากมดลูก” โรคมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย เป็นภัยเงียบที่อาจรู้เมื่อสายเกินไป เนื่องจากไม่มีอาการไม่มีสัญญาณเตือน โดยจะใช้เวลาประมาณ 5-10 ปี นับจากช่วงแรกที่เซลล์บริเวณปากมดลูกเริ่มมีอาการเปลี่ยนแปลง จนถึงระยะที่ภาวะของโรคอยู่ในระดับรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Thin Prep Pap Test) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกในระยะเริ่มแรกก่อนลุกลามเป็นมะเร็ง และยังสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้อีกด้วย

•    “มะเร็งเต้านม” เป็นมะเร็งสตรีที่พบมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก เริ่มจากการมีก้อนเล็กๆที่เต้านม และโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม คือ อายุ อดีตพบมากตั้งแต่อายุ 40-60 ปี แต่ปัจจุบันพบบ่อยขึ้นกับผู้ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี ผู้ที่ไม่เคยตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเกิน 5 ปี หรืออาจเกิดจากพันุกรรม ดังนั้น ท่านสุภาพสตรีจึงควรตรวจคลำเต้านมด้วยตนเองเป้นประจำ และตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรมทุกปี เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพหากพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น.



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น