โรคฮิต!! จากการดำเนินชีวิตประจำวัน ตอนที่ 1

, , No Comments

เนื่องจากทุกจังหวะชีวิตในแต่ละไลฟ์สไตล์ของคนเรา อาจเกิดปัญหาสุขภาพได้ตลอด ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำให้รู้เท่าทันโรค เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลตนเองให้มีร่างกายที่แข็งแรงและพร้อมในการใช้ชีวิต ถือว่าเป็นต้นทุนของชีวิตที่ดีประการหนึ่ง

At Beginning

    “ทุกๆสิ่งในชีวิตของคนเราย่อมต้องมีจุดเริ่มต้นเสมอ” เช่นเดียวกับในแต่ละวันที่ต้องมียามเช้าที่สดใส เพื่อให้พร้อมสำหรับการดำเนินกิจกรรมประจำวันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการเริ่มต้น คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจะทำสิ่งใดให้ประสบความสำเร็จ เช่น การจะทำกิจการให้รุ่งเรือง ก็ต้องมีการวางแผนเตรียมงานที่รัดกุม การจะทำงานในหน้าที่ให้สำเร็จ ก็ต้องศึกษาเนื้อหางานที่รับผิดชอบอย่างเข้าใจ และการจะมีสุขภาพที่ดีก็เช่นเดียวกัน ต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพตนเองอย่างสม่ำเสมอ

เนื่องจากทุกจังหวะชีวิตในแต่ละไลฟ์สไตล์ของคนเรา อาจเกิดปัญหาสุขภาพได้ตลอด ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำให้รู้เท่าทันโรค เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลตนเองให้มีร่างกายที่แข็งแรงและพร้อมในการใช้ชีวิต ถือว่าเป็นต้นทุนของชีวิตที่ดีประการหนึ่ง

At Work

    “การใช้คอมพิวเตอร์” และ "สมาร์ทโฟน" ในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟน ถือเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นที่สุดในชีวิตประวันก็ว่าได้ สามารถนับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินชีวิตเลยทีเดียว การใช้คอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน ๆ อาจส่งผลให้เกิดโรคได้ อาทิ

•    "อาการปวดคอ, บ่า, ไหล่, และหลัง” เนื่องจากการนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน รวมถึงสรีระในการนั่งทำงานไม่เหมาะสม เช่น โต๊ะทำงานสูงเกินไปหรือเก้าอี้ต่ำเกินไป นั่งหลังงอ หรือนั่งไขว่ห้าง ซึ่งน้ำหนักจะเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งจนทำให้กระดูกสันหลังคด การทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ หรือพิมพ์งานนานๆ กล้ามเนื้อบริเวณไหล่และคอจะเกร็งจึงปวดเมื่อยบริเวณบ่าและคอ หากสะสมนานๆ อาจกลายเป็นโรคปวดหลังเรื้อรังได้ ฉะนั้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดบ่าและหลัง จึงควรนั่งตัวตรง ถ่ายเทน้ำหนักไปที่ก้นทั้งสองข้างเท่าๆกันแนวขาทำมุม 90 องศากับแนวสะโพก เพื่อกระจายแรงที่จะไปกดทับกระดูกสันหลังควรเปลี่ยนท่าทางอริยาบถจากนั่งเป็นยืน หรือเดินเสียบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว เปิดการไหลเวียนของเลือด

•    “นิ้วล็อค” เกิดจากเส้นเอ็นและเส้นประสาทที่บริเวณนิ้ว และข้อต่อต่างๆ ถูกกดทับเป็นเวลานาน เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ นาน และบ่อยๆ มักเกิดขึ้นกับผู้ใช้มือทำงานอย่างหนัก เช่น ผู้หญิงที่ต้องทำงานบ้าน ใช้มือบิดผ้า พนักงงานออฟฟิศที่ต้องพิมพ์และใช้คอมพิวเตอร์นานๆ เขียนหนังสือมากๆ นักกอล์ฟ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปวดบริเวณโคนนิ้วมือ กำมือไม่ถนัด กำได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน พอใช้มือไปสักพักหนึ่งก็จะกำมือได้ดีขึ้น เวลางอแล้วจะเหยียดนิ้วมือ จะได้ยินเสียงดัง

•    “โรคมือชาจากเส้นประสาทถูกกดทับ” ปัญหาสุขภาพที่มักเกิดกับคนทำงานนั่งโต๊ะ ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้เม้าส์ หรือพิมพ์งานนานๆ ทำงานอยู่ท่าเดิมนานๆ มีโอกาสเกิดอากรมือชาจากเส้นประสาทโดนกดทับบริเวณข้อมือ บางรายมีอาการปวดขา ร้าวไปยังท่อนแขน หรือต้นแขนได้ และอาจทำให้มือข้างที่เป็นอ่อนแรง หยิบจับสิ่งของไม่ถนัด ในระหว่างการทำงานจึงควรเปลี่ยนอริยาบถ โดยการนวดมือและนิ้ว ดัดนิ้วมือและแขนขาประจำ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณนิ้วมือ มือ และแขน

•    “ปวดตา” การใช้สายตาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ แสงจากตอมพิวเตอร์ อาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตา ตาพร่า เคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล บางรายมีอาการตาแห้ง เนื่องจากการกระพริบตาน้อยเกินไปหรืออาจมีอาการปวดศีรษะร่วมด้วย ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน จึงควรปรับความสว่างหน้าจอให้เหมาะสม และควรพักสายตาเป็นระยะๆ โดยการมองไปไกลๆบ้างเป็นครั้งคราว หากมีอาการปวดตาบ่อยๆ ควรปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อรับการตรวจรักษาต่อไป

ความเครียด” ปัญหาที่มักเกิดกับคนทำงานในทุกระดับ ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคร้ายตามมา อาทิ

•    “ไมเกรน” คือโรคของระบบการรับรู้ความรู้สึกของเส้นเลือดไวผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งจะมีอาการที่สำคัญคือ ปวดแบบตุ๊บๆ รุนแรง ปวดติดต่อกันนานหลายชั่วโมง อาจปวดศีรษะข้างเดียว หรือย้ายข้างไปมาหรือย้ายตำแหน่ง เป็นๆ หายๆ ไมเกรนจะเกิดอาการมากขึ้น เมื่อมีสิ่งกระตุ้นเช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด แสงสว่างมากๆ แสงจ้า การมีประจำเดือน สภาพอากาศร้อน การนอนไม่หลับ การนอนมากเกินไป การลุกเดินทันทีทันใด เป็นต้น ปัจจุบันอาการปวดศีรษะเรื้อรังสามารถรักษาได้ด้วยการฉีด “โบท๊อกซ์” ซึ่งจะต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ด้านระบบประสาทและสมองโดยเฉพาะ

•    “ความดันโลหิตสูง” ไม่ได้เป็นโรคที่เกิดในผู้สูงอายุเท่านั้น ความเครียดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้เร็วขึ้น หากมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย อาทิ มีไขมันในเลือดสูง หรือมีญาติสายตรงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดสมอง ก็อาจส่งผลให้เกิดโรคร้ายแรงดังกล่าวตามมาด้วย ดังนั้น ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง จึงควรตรวจสุขภาพเฉพาะทางเพิ่มเติม ได้แก่ การตรวจเฉพาะทางโรคหัวใจ ด้วยวิธีเดินสายพาน (Exercise Stress Test) หรือการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อน (Echocardiography) รวมถึงการตรวจความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองด้วยการตรวจการไหลเวียนของหลอดเลือดสมอง (Transcrainial Doppler / TCD) หรือการตรวจการไหลเวียนของหลอดเลือดคอที่ไปเลี้ยงสมอง (Ultrasound Carotid Duplex) เพื่อรู้เท่าทันโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

•    “นอนไม่หลับ” ปัญหาที่ตามมาติดๆ เมื่อเกิดภาวะเครียด การนอนไม่หลับจะส่งผลให้ไม่สดชื่นในระหว่างวัน อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุในขณะขับรถ หรือขณะทำงานได้ หากมีภาวะนอนไม่หลับเป็นเวลานานอาจส่งผลให้เกิดโรคร้ายตามมา เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมองได้ เพราะร่างกายทำงานหนักเกินไป และไม่ได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ

บุคคลิกภาพที่ทำให้เกิดโรค 

สาวๆออฟฟิศในปัจจุบัน มักเสริมบุคลิกภาพของตนด้วยการใส่รองเท้าส้นสูง ผลที่ตามมาคือ อาการปวดกล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณน่อง ไล่มาทั้งขา สะโพก เอว และหลัง การยืนบนรองเท้าส้นสูงนานๆ จะทำให้กระดูกสันหลังช่วงเอวแอ่นตัวไปข้างหน้า และอาจทำให้หมอนรองกระดูกที่เคลื่อนไปตามการแอ่นของกระดูกสันหลังมากดทับเส้นประสาท จนทำให้เกิดโรคร้ายแรงในที่สุด

นอกจากอาการปวดหลังและขาแล้ว การใส่รองเท้าส้นสูงยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเส้นเลือดขอด มีอาการเป็นเส้นเลือดโป่งปูดเขียวคล้ำ คดเคี้ยวไปมาบริเวณที่เป็นและอาจมีอาการปวดเท้า หรือเท้าบวมและมักปวดมากขึ้น เมื่อยืนหรือนั่งนานๆ อาจเป็นตะคริวในตอนกลางคืน หรือถ้าเป็นมากๆ อาจมีอาการอักเสบและเส้นเลือดแตกได้ จึงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษา ก่อนที่จะเกิดอาการรุนแรง




0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น