โรคฮิต! ชีวิตคนทำงาน

, , No Comments
ปัจจุบันคน หนุ่ม-สาว วัยทำงานจะเด็มไปด้วยความรีบเร่งและการแข่งขัน ต่างดิ้นรนเพื่อให้ได้มาในสื่งที่ต้องการ เช่น เงินเดือนที่มากขึ้น หรือหน้าที่การงานที่ดีขึ้น จนบางครั้งลืมไปว่า สุขภาพร่างกายและจิตใจ ก็ต้องการความเอาใจใส่ ที่ดีอีกด้วย ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ



ชีวิตประจำวันของคุณเป็นแบบนี้หรือเปล่า?

- ตื่นนอนแต่เช้ามืด อาบน้ำแต่งตัว ฝ่ารถติดไปทำงาน
- ดื่มกาแฟ  1 แก้ว เป็นอาหารเช้า
- นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน
- งานยุ่งทั้งวัน ทั้งประชุม ออกไปพบลูกค้า จนไม่มีเวลาแม้แต่เวลาทานอาหารกลางวัน
- มีอาหารจากร้านสะดวกซื้อเป็นที่พึ่งเสมอในช่วงเวลาเร่งด่วน
- ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตอนดึก เพราะยังต้องหอบงานกลับไปทำที่บ้าน

หนุ่มสาวออฟฟิศที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย ใช้ชีวิตกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ผูกติดอยู่กับเก้าอี้ ตั้งแต่นั่งคิด วิเคราะห์ สร้างผลงาน พิมพ์งาน หรือเข้าประชุมอยู่ตลอดทั้งวันแบบเดิมๆ ทุกๆวัน สิ่งเหล่านี้ในบางครั้งอาจจะถูกมองว่าเป็นงานที่สบาย นั่งทำงานอยู่กับที่ไม่ต้องเหนื่อยไปทำงานนอกบริษัท แต่ด้วยลักษณะท่าทางการนั่ง การวางคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสม ความคร่ำเคร่ง ความกดดัน จนในบางไม่ได้รับประทานอาหารตามเวลา คุณรู้หรือไม่? สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ชีวิตคนทำงาน ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพต่างๆมากมาย เช่น อาการปวดศีรษะ ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง หรืออาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหาร ในบางรายอาจส่งผลเพียงแค่ลดประสิทธิภาพในการทำงานลง แต่หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลให้เกิดโรคร้ายตามมาโดยไม่คาดคิด

ปวดศีรษะ

เป็นอาการยอดฮิตเป็นอันดับหนึ่ง ในกลุ่มคนทำงาน มีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อในระหว่างวัน

การปวดหัวจากกล้ามเนื้อเกร็งตัว (Tension-type headache) อาการปวดลักษณะนี้ เป็นผลมาจากการ เกร็งตัว ดึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและใบหน้า ปวดเป็นประจำ ปวดตื้อๆ หนักๆ ที่ขมับ หรือท้ายทอยทั้ง 2 ข้าง หน้าผาก ทั่วศีรษะ ส่วนใหญ่มักจะปวดนานเกิน 24 ชั่วโมง บางคนอาจปวดนานติดต่อกันทุกวันเป็นสัปดาห์ๆ หรือแรมเดือน อาการปวดจะเป็นไปอย่างคงที่ ไม่รุนแรงขึ้นจากวันแรกๆ ที่เริ่มเป็น อาจเริ่มเป็นตั้งแต่หลังตื่นนอน ในช่วงเช้าๆหรือปวดช่วงที่อากาศร้อน และอาจปวดช่วงบ่ายๆ เย็นๆ หลังจากคร่ำเคร่งกับงานมานาน นั่งทำงานเป็นเวลานาน ใช้สายตามาก เครียด นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

การป้องกัน ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่คร่ำเคร่งกับงานมากเกินไป หลีกเลี่ยงการใช้สายตาจนเมื่อยล้า หรือหากใช้สายตาเป็นเวลานาน ควรพักสายตาโดยการมองทิวทัศน์ภายนอก หรือมองออกไปไกลๆ เปลี่ยนอิริยาบถในระหว่างทำงานบ้าง เช่น ลุกเดินไปข้างนอกบ้างเพื่อผ่อยคลายความตึงเครียด

ไมเกรน คือ ระบบการรับความรู้สึกของเส้นเลือดไวผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะด้านใดด้านหนึ่ง ไมเกรนมีลักษณะอาการเฉพาะตัว ที่สำคัญคือ ปวดตุ๊บๆ ปวดรุนแรง ปวดติดต่อกัน 4-72 ชม. มักปวดศีรษะข้างเดียว หรือย้ายข้างไปมา และมักมีอาการมากขึ้นเมื่อมีสิ่งเร้า เช่น การขยับศีรษะ การมองเห็นแสงจ้า อยู่ในที่อากาศร้อนหรือเย็นจัด มีเสียงดังรบกวน

ปวดท้อง

เป็นอีกอาการหนึ่งที่ตามมาเป็น อันดับสอง ที่มักเกิดขึ้นในกลุ่มคนทำงาน มีสาเหตุเกิดจากการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา รับประทานอาหารไขมันสูง รับประทานอาหารตอนดึกใกล้เวลานอน หรืออาจเกิดจากความเครียดก็เป็นไปได้ ดังนั้น เมื่อพูดถึงอาการปวดท้องจึงสันนิษฐานได้ 2 ลักษณะคือ ปวดเพราะโรคกระเพาะอาหาร หรือปวดเพราะกรดไหลย้อน

โรคกระเพาะอาหาร มีอาการปวดท้อง จุกเสียด แน่นท้อง ท้องเฟ้อ บางรายอาจมีคลื่นไส้อาเจียน อาการปวดมักสัมพันธ์กับการรับประทานอาหาร มักมีอาการเมื่อท้องว่าง หรือปวดกลางดึก หรือบางรายปวดหลังจากรับประทานอาหาร โรคกระเพาะอาหารเกิดจากการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา รับประทานอาหารรสจัด การรับประทานยาบางชนิด การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกิดจากความเครียด หรืออาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า H. Pylori

โรคกรดไหลย้อน (Gastro esophageal reflux disease : GERD) จะมีอาการจุกแน่น ท้องอืด รู้สึกเหมือนมีก้อนที่คอ เรอเปรี้ยว ปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอกและลิ้นปี่ บางรายอาจมีเสียงแหบเรื้อรัง ไอเรื้อรัง มีกลิ่นปาก หรือบางรายอาจมีอาการหอบหืด หรืออาการเจ็บหน้าอกได้ กรดไหลย้อนเกิดจากพฤติกรรมการบริโภค ดื่มกาแฟแทนอาหารเช้า และรับประทานอาหารเย็นหนักๆ แล้วนอน อาหารจึงยังตกค้างอยู่ในกระเพาะ ร่างกายก็ต้องหลั่งกรดออกมาย่อยอาหารที่ยังตกค้างอยู่ ประกอบกับท่านอนไม่ถูกต้อง หัวเสมอ หรือต่ำกว่าลำตัว ทำให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาที่ลำคอ เกิดอาการแสบระคายเคืองขึ้นมาบนลำคอ และหากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษาอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารได้

ปวดคอ บ่า ไหล่

ปัญหาหลักของคนทำงานออฟฟิต คือ การปวดเมื่อย บ่า คอ ไหล่ เนื่องจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป้นเวลายาวนานตลอดวันจนเกิดอาการเกร็งตลอดเวลา ซึ่งก็เป็นปกติของทุกมัดกล้ามเนื้อ ที่เมื่อมีการเกร็งเวลานานๆ ก็เกิดอาการเมื่อยและกลายเป็นอาการปวด เส้นยึด ชาตามแขน ถ้ารุนแรงมากๆ ก็จะร้าวขึ้นไปบริเวณลำคอ หรือมีอาการเหมือนตกหมอนในที่สุด

ทางแก้ที่เรานิยมทำกัน ไม่ว่าจะเป็นการกินยาแก้อักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ แต่เมื่อหมดฤทธิ์ยาอาการดังกล่าวก็จะกลับมาเป็นอีก อีกทั้งยังอาจสร้างปัญหาตามมาอีกด้วย เพราะอาการเจ็บปวดเป็นสัญญาณที่แสดงให้รู้ว่ากำลังมีปัญหาในส่วนนั้น

โรคปวดกล้ามเนื้อ

โรคปวดกล้ามเนื้อเป็นปัญหาที่พบบ่อยมาก คือ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการชา ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ เช่นการปรับท่าทางการทำงานให้ถูกต้อง ปรับโต๊ะ เก้าอี้ที่ทำงานให้เหมาะกับสรีระ กำจัดความเครียด ฝึกผ่อนคลาย ไม่ทำงานหักโหมเกินไป ออกกำลังกายเฉพาะส่วน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้ทนต่องานมากขึ้น เช่น กล้ามเนื้อบริเวณบ่า ไหล่ หลังส่วนบน

ไขข้ออักเสบ

โรคข้ออักเสบ หลายคนอาจคิดว่าเป็นโรคของคนสูงอายุ แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคนี้สามารถเกิดได้กับวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่ชอบออกกำลังกายและใช้ข้อหนักๆ รวมถึงการยกของหนัก นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้โครงสร้างร่างกายผิดรูป กระดูกสันหลังอยู่ในท่าผิดปกติ

ปวดข้อไหล่

สาเหตุมาจากการทำงานในท่าเดิมนานๆ เช่น นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ กับเขียนหนังสือ ทำให้เกิดการเกร็งกล้ามเนื้อ คอ สะบักไหล่ ทำให้เกิดการปวดท้ายทอย ขมับ หัวไหล่ หรือกลุ่มคนที่ทำงานท่าเดิมซ้ำๆ เป็นระยะเวลานาน สัญญาณที่บอกว่าคุณกำลังมีปัญหาอาการปวดไหล่ ได้แก่ เมื่อมีอาการปวด ปวดเรื้อรัง ปวดมากจนทำงานไม่ได้ หรืออาการเกร็งคอ เช่น เมื่อเอี้ยวคอไปทางใดมีอาการเจ็บ

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นการสะท้อนให้ หนุ่มสาว วัยทำงานได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพ เพราะโรคต่างๆ นั้นเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้วัยทำงาน ที่เป็นช่วงอายุที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงมากที่สุด  ถึงแม้ท้ายที่สุดคุณอาจจะได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่กลับต้องมารักษาตัวเพราะอาการเจ็บป๋วย ทำให้ไม่สามารถสนุกกับชีวิตได้อย่างเต็มที่ นั่นเท่ากับว่าสิ่งที่ทุ่มเทไปทั้งหมดไม่เสียเปล่าหรอกหรือครับ...



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น