“เม้าส์” ทำพิษ

, , No Comments
หลายๆคนคงเคยสงสัยว่าทำไมใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ไปนานๆ แล้วปวดข้อมือ พักซักแป๊ปนึงก็หาย แต่พอกลับมาใช้คอมพิวเตอร์ก็เป็นใหม่ ถ้าคุณเองก็เป็นเช่นนี้ นั่นอาจหมายความว่า คุณกำลังถูกโรค CTS (โรคพังผืดกดทับเส้นประสาท) เล่นงานอยู่แล้วก็เป็นได้ โรคพังผืดกดทับเส้นประสาท

"โรคนี้"  หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นหูนัก   แต่เชื่อว่าต่อจากนี้ไปคงจะเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น และเกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ  ควรจะทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันการเกิด



มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ใช้ชีวิตในที่ทำงานส่วนใหญ่ และต้องคลุกคลีกับคอมพิวเตอร์เกือบทั้งวัน บางคนก็ใช้บ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่บางคนนี่อาจจะเรียกได้ว่า "เห็นหน้าจอมากกว่าเห็นหน้าแฟนเสียอีก" เพราะไม่ว่าจะพิมพ์งาน ดีไซน์ ส่งอีเมล์ หรือค้นหาข้อมูล ก็ต้องพึ่งพาอาศัยเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์นี่ล่ะ จนเรียกได้ว่า ตอนนี้มันกลายมาเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ของร่างกายเราไปแล้วก็ว่าได้ แต่อวัยวะชิ้นใหม่นี้ กำลังทำลายเพื่อนๆอวัยวะชิ้นอื่นในร่างกาย โดยที่คุณไม่รู้ตัวอยู่หรือไม่ วันนี้ เราจะเอามาบอกเล่าให้ฟังครับ

CTS คืออะไร?

โรค CTS หรือ Carpal Tunnel Syndrome เกิดจากการที่เส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve) ที่สื่อประสาทจากข้อศอกไปถึงมือ ถูกกดทับเป็นเวลานาน และต่อเนื่อง หรืออาจเกิดจากพังผืดที่เกาะบริเวณข้อมือ ที่หนาตัวขึ้น จนไปกดทับเส้นประสาทดังกล่าว จนทำให้เกิดการพองหรือบวม ซึ่งกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการดังกล่าวคือ

- ผู้ที่มักใช้ข้อมือในท่วงท่าเดิมซ้ำๆ เช่น การพิมพ์คีย์บอร์ด จับเม้าส์ เล่นกีฬาที่ใช้ข้อมือ เย็บผ้า ถักนิตติ้ง วาดภาพ เขียนหนังสือ หรือใช้อุปกรณ์ที่เกิดแรงสั่นสะเทือนที่ข้อมือเป็นเวลานาน

- หญิงตั้งครรภ์ อยู่ในวัยหมดประจำเดือน หรือมีน้ำหนักตัวมากเกินไป

- การที่พังผืดหนาตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะมาจากสภาพร่างกายที่มีอายุมากขึ้น เพศหญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย

- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน มีอาการก่อนมีประจำเดือน ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ หรือเป็นโรคไขข้ออักเสบ

อาการของโรค CTS ที่พบบ่อย คือ จะมีอาการปวด ชา ร้อน ตั้งแต่บริเวณข้อมือจนถึงปลายนิ้ว ซึ่งมักมีอาการบริเวณ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง หรือในบางรายอาจมีอาการได้ทั้งฝ่ามือ และอาจจะปวดไปจนถึงไหล่ หรือรู้สึกเสียวคล้ายถูกไฟช๊อตปวดที่ข้อมือ อาจมีอาการบวมพอง มีรอยช้ำ ปวดร้าว เสียว ปวดเกร็งในบางรายยังพบอาการที่ไม่รุนแรง เช่น รู้สึกเคล็ด ตึง เอ็นข้ออักเสบ ส่วนในรายที่อาการรุนแรง พบว่ามีอาการข้อมือผิดรูป และอาจเป็นหนักถึงขั้นไม่สามารถขยับข้อมือ ฝ่ามือ หรือนิ้วได้

รักษาได้

เริ่มต้นที่การเปลี่ยนแปลง การรักษาโรค CTS ในรายที่ไม่รุนแรง หรือเพิ่งเริ่มเป็น แนะนำให้ทานยาแก้ปวด และพักการใช้ข้อมือ อาจอยู่นิ่งๆ เพื่อผ่อนคลาย ในรายที่ไม่สาหัส อาการจะทุเลาลง แต่ถ้าเกิดวิธีการนี้ยังไม่ได้ผล คุณยังรู้สึกปวดอยู่ อาจต้องพึ่งยาแก้ปวดในระดับที่เข้มข้นมากกว่าเดิม เช่น ยาแอสไพริน หรือ ไอบรูโพเฟ่น

สำคัญที่สุดในการรักษาโรค CTS ให้หายขาดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน เสียก่อน โดยปฏิบัติดังนี้

- จัดวางคีย์บอร์ดและเม้าส์ให้อยู่ในตำแน่งที่พอดีหรือต่ำกว่าข้อศอกเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ข้อมือถูกกดทับ

- หากเกิดอาการชาเพียงอย่างเดียว แพทย์มักจะแนะนำให้ปรับท่าทางการใช้มือ ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการออกแรงของมือหรือหลีกเลี่ยงการใช้งานมือนั้นสักพักหนึ่ง เพื่อให้มืออยู่ในท่าปกติ

- หากมีอาการชามากขึ้นและมีการปวดร่วมด้วย แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาควบคู่ไปกับการใส่เฝือกพยุงข้อมือ

- แต่หากมีอาการปวดมาก แพทย์จะฉีดยาแก้อักเสบ (เป็นยาชาผสมกับยาสเตียรอยด์) ที่โพรงข้อมือร่วมกับการรับประทานยา แต่ถ้าหากว่าไม่ได้ผลก็ต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดต่อไป



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น