คืนความสุขให้..ใจและกาย

, , No Comments
ทุกอย่าง..เกิดขึ้นได้ด้วยมือของเรา..เป็นคำกล่าวที่ไม่ใช่เรื่องเกินเลย หากเราอยากมีชีวิตที่ สุข สนุก สดใส ต้องสุขทั้งกาย และสุขใจไปพร้อมๆกัน. สมดุลในชีวืต จึงจะบังเกิด แต่หากเราร่างกายไม่แข็งแรง ก็ยากนักที่จิตใจจะสุขสงบ และในทางกลับกัน หากจิตใจเราเป็นทุกข์ ร่างกายจะอยู่สุขได้อย่างไร



สุขเกิดทางกาย

คนเราจะเกิดสุขทางกายได้ คือ การดูแลร่างกายให้มีสุขภาพดี กินอื่ม นอนหลับ ดังคำที่ว่า "ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ" เราจึงควรดูแลสุขภาพร่างกายให้ดีได้ ตลอดปี

1. กินอาหารถูกหลัก ควรกินผัก 5 สี ดังตาราง ปีรามิด อาหารสมัยใหม่จะเป็นแบบกลับหัวจากที่เราคุ้นเคยกันในตำราเรียน "สมัยเด็ก" โภชนาการที่ดีของสมัยนี้ ต้องไม่เน้นแป้ง แต่ เน้นผัก และผลไม้แทน เพราะในผักและผลไม้ล้วนมีประโยชน์ ทั้งในแง่สารอาหาร และสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคร้ายอย่าง มะเร็งชนิดต่างๆได้

2. นอนให้เพียงพอ ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่า จำเป็นต้องครบ 8 ชั่วโมงหรือไม่ บางคนหลับสนิท เวลาเพียง 4-6 ชั่วโมงก็ไม่ถือว่าน้อย ในขณะที่บางคนได้นอนครบ 8 ชั่วโมง แต่หลับๆ ตื่นๆ ก็ไม้อาจจะถือได้ว่า เป็นการนอนที่มีคุณภาพ เอาเป็นว่า เราควรนอนเท่าที่ร่างกายต้องการ และตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ก็นับได้ว่าเพียงพอแล้ว เพราะระหว่างที่เราหลับ ร่างกายจะหลั่ง กรดโกรทฮอร์โมนออกมา เพื่อซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ การนอนในแต่ละคิน จึงไม่ใช่เพียงเพื่อผักผ่อนสำหรับวันต่อไปเท่านั้น

3. ดื่มได้เท่าที่ต้องการ นั่นแน่!! ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกนะ ดื่มเท่าที่ต้องการหมายถึงการดื่มน้ำสะอาดนะ การดื่มน้ำไม่จำเป็นต้องให้ได้ครบ 8 แก้ว บางคนอาจดื่มมากกว่า หรือน้อยกว่า หากรู้สึกว่า ร่างกายไม่รู้สึกว่าขาดน้ำ ก็นับได้ว่าเพียงพอต่อความต้องการแล้วหละ ส่วนใครจะถนัด น้ำแร่ น้ำกรอง หรือน้ำต้มสุก อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบ หรือความสะดวกของเงินในกระเป๋า เพราะแท้จริงแล้ว ร่างกายคนเรา เพียงแค่ได้กินอาหารครบถ้วนทุกหมวดหมู่ ก็จะได้แร่ธาตุที่จำเป็นครบถ้วนแล้วละ

4. เผาผลาญด้วยการออกกำลังกาย เราสามารถออกำลังได้หลายหลาก ทั้ง แอโรบิค วิ่ง ว่ายน้ำ เต้น เป็นต้น การที่ร่างกายได้ออกกำลังทุกส่วน จะทำให้ออกซิเจนไหลเวียนไปทั่วร่างกาย เป็นการบริหาร หัวใจ และ กล้ามเนื้อทุกส่วนให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย การออกกำลังกายที่ดีควรทำอย่างต่อเนื่องวันละ 30 นาทีเป็นประจำ หากเราทำอย่างนี้ได้ตลอดทั้งปี สุขภาพดีคงไม่หนีไปไหน และที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันก็คือ "สุขเกิดทางใจ"

สุขเกิดทางใจ

มีคำพูดที่ว่า "ความรักคือแรงขับเคลื่อนชีวิต" บางคนมีความสุข เพราะรักในงานที่ทำ รักในสิ่งที่ชื่นชอบ รักคุณพ่อ รักคุณแม่ รักครอบครัว รักเพื่อนฝูง แต่เหนือสิ่งอื่นใด การจะรักสิ่งไหนๆ ต้องเริ่มจากรักตัวเองด้วย

สุขกาย สุขใจ อาจจะเรียกได้ว่า สร้างสมดุลให้ชีวิต เมื่อเรารักรักตัวเองได้อย่างเพียงพอแล้ว จึงเผื่อแผ่แบ่งปัน ความสุขนั้นไปยังผู้อื่น หรือสื่งมีชีวิตอื่นๆต่อไป เป็การสร้างความสุขทางใจ และทำให้เกิดเป็น "การให้" หมุนเวียนสืบต่อกันไป..

การให้ นับได้ว่าเป็นการ "ทำบุญ" อย่างหนึ่ง ไม่ว่าเราจะให้ ตนเอง หรือให้ผู้อื่น จะเห็นได้ว่า การทำบุญไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเสียเงิน ทอง เสมอไป..




0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น