ทำงานที่รัก...รักในงานที่ทำ

, , No Comments
ทำงานที่รัก

การทำงานให้มีความสุข คือ อยู่ในความคิดของคนทำงานทุกคน เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราไม่มีความสุขกับงานที่ทำ ประสิทธิภาพของงานก็จะลดลงไปด้วย ดังนั้นควรรีบหาสาเหตุ และแก้ไขที่ต้นเหตุ โดยนำข้อคิดบางส่วน เรื่องการทำงานอย่างไรให้มีความสุข ของ ว.วขิรเมธี ซึ่งเทศน์ผ่านไทยรัฐออนไลน์ไว้ ได้อย่างน่าสนใจมาเป็นแนวทาง



ศิลปะการทำงานให้มีความสุข

ทำงานที่ใจรัก หากเราได้ทำงานที่ใจรัก ทุกๆวันจะเป็นวันที่มีความสุข ไม่ต้องรอว่า  "เมื่อไหร่ความสุขจะเดินทางมา" ทุกวันทำงานเป็นวันแห่งความสุขของเราได้ เพราะทำด้วยความรัก

ทำทุกงานให้ดีและเต็มที่

เมื่อเราสร้างงาน คุณรู้หรือไม่ว่า งานที่คุณได้สร้างหรือทำออกไป จะส่งผลย้อนกลับบมาหาคนสร้าง เพราะงาน คือ เวทีในการแสดงออกซึ่งศักยภาพในการทำงานของเรา ทุกๆครั้งที่เราทำงานอย่างเต็มที่ และทำอย่างเต็มความสามารถ งานชื้นนั้นก็จะย้อนกลับมาสร้างตัวเราเองด้วยเช่นกัน

ทำงานด้วยความสุจริต

เมื่อเราทำงานด้วยความสุจริตโปร่งใส ทำให้เราไม่ต้องมากังวล หรือระแวงในสิ่งที่จะตามมาในอนาคต

มือประสานสิบทิศ

อย่ามัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน จนลืมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน  ในโลกนี้ไม่ใครเก่งอยู่ได้คนเดียว หากมองตามความเป็นจริงเราต้องอาศัยผู้ร่วมงานจากหลายฝ่ายเสมอ ดังนั้น อย่ามัวแต่ทำงาน ต้องใส่ใจคนรอบข้างด้วย เพื่อก่อให้เกิดสภาวะสำเร็จในงาน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ ชีวิตรื่นรมณ์ คนก็สำราญ งานก็สำเร็จ เป็นต้น

รักในงานที่ทำ

คงมีหลายๆคนทำงานที่ชอบ.. แต่ได้เงินเดือนน้อย แล้วจะทำอย่างไรให้เป็นสุขได้ ถ้าเงินเดือนน้อยหรือจะเรียกว่า "ค่าตอบแทนน้อยนิด" คงต้องลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง แทนการเรียกร้องเงินเดือนให้สูงขี้น ซึ่งกว่าปรับได้แต่ละครั้งจะช้ามาก ดูแล้วมันขัดกับสภาพสังคมของยุคปัจจุบันมากเหลือเกิน

ถ้าเป็นดังนั้นคงต้องปรับวิธีการบริโภคของเราลง ลองเปลี่ยนจากการบริโภคตามความอยาก (ซึ่งเติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็มสักที) มาเป็นบริโถคตามความจำเป็นกันดีกว่า เปลี่ยนจากมุ่งประโยชน์ใช้สวย มาเป็นประโยชน์ใช้สอยดีกว่า เพราะหากเราจับจ่ายโดยการถือเอาประโยชน์ใช้สวยเป็นหลัก จะทำให้มีเท่าไหร่ก้ไม่พอ แต่หากจับจ่ายโดยถือประโยชน์ใช้สอย คือ จำเป็นแค่ไหนก็จับจ่ายแค่นั้น ก็คงพอกินพอใช้ ถึงแม้จะไม่ร่ำรวยแต่คงไม่ถึงขนาดข่ำแย่ กับสภาพสังคมปัจจุบันที่เป็นยุคของการบริโภคนิยม ทำไมเราไม่ลองเปลี่ยนวิธีการ "บริโภคตามตัณหา" มาเป็น "บริโภคตามปํญญา" ถึงแม้รายได้ไม่มากมายแต่เราก็สามารถมีความสุข และอยู่รอดในสภาวะปัจจุบันได้ตามอัตภาพพอสมควร

แต่หากไม่ได้ทำงานที่เรารัก วิธีที่ดีคือ การมองในเชิงบวก เมื่อใดที่เจองานหนัก ก็ให้บอกกับตัวเองว่า นี่คือการฝึกฝน และยิ่งปัญหาซับซ้อนมากเท่าใด เรายิ่งได้เรียนรู้มากขึ้นเท่านั้น หากเรามองในเชิงบวก ถึงแม้จะไม่ได้ทำงานที่เรารัก ก็ยังมีความสุขได้เสมอ ก็ในเมื่อไม่มีสิ่งที่เราชอบ เราควรจะชอบในสิ่งที่มี เพราะคงไม่มีใครในโลกนี้ได้อะไรอย่างใจหวังไปซะหมด และก็เช่นเดียวกัน คงไม่มีใครจะพลาดหวังทุกอย่างไป ในทุกๆสิ่งที่เราทำจะมีทั้งแง่ดี และความงดงามอยู่เสมอ ขอเพียงเปิดใจให้กว้างก็คงมองเห็นความสุขกับสิ่งที่มีอยู่ตรงหน้านั่นเอง..


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น