ศาลเจ้าและวัดแห่งเมืองนิกโก (日光の社寺)

, , No Comments

ที่ตั้ง: จังหวัดโทชิงิ


ภูเขานิกโก สถานที่แห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างสูงมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 7 คือปราการธรรมชาติที่โอบล้อมที่ตั้งมรดกทางวัฒนธรรมของโลกอีกแห่งไว้ “วัดและศาลเจ้าแห่งเมืองนิกโก” มี สิ่งก่อสร้างถึง 103 แห่ง ท่ามกลางสีเขียวขจีของป่า ที่ไม่มีที่ใดในโลกจะตระการตาเท่า

มีสุภาษิตญี่ปุ่นประโยคหนึ่งกล่าวว่า “ไม่อาจกล่าวคำว่า เค็กโกะ (ความอิ่มอกอิ่มใจ) ได้ จนกว่าจะได้เห็นนิกโก” ที่ซึ่งความสอดประสานระหว่างความงามของธรรมชาติกับความโอ่อ่าสง่างามจากฝีมือการสลักเสลาของมนุษย์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ศาลเจ้าและวัดแห่งเมืองนิกโก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในญี่ปุ่นลำดับที่ 10 ในปี พ.ศ. 2541 นั้นคือทุกองค์ประกอบของศาลเจ้า “โทโฌงู” “ศาลเจ้าฟุตะระซัง” และ “วัดรินโนจิ” ไม่มีที่อื่นใดที่จะได้รับความเคารพยำเกรงและมีความศักดิ์สิทธิ์เท่านี้อีกแล้ว

ศาลเจ้าโทโฌงู ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกนั้น ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2160 เพื่อเป็นสุสานสำหรับโชกุนโทะคุงะวะ อิเอะยะซึ (徳川 家康) ผู้ก่อตั้งระบบการปกครองโดยโชกุนที่มาจากตระกูลอิเอะยะซุ ต่อมาบุตรชายของเขานามว่าโทคุงะวะ อิเอะมิทซึ (徳川 家光) ได้ก่อสร้างต่อเติมศาลเจ้าแห่งนี้ให้ยิ่งใ-หญ่มากขึ้น โดยใช้ช่างฝีมือมากถึง 127,000 คน ใช้เงินไปทั้งสิ้น 200,000 ล้านเยน และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในยุคเอะโดะ เพื่อเป็นเกียรติและแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของโทะคุงะวะ อิเอะยะซึ

ยากที่จะเชื่อว่าศาลเจ้าโทโฌงูถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสุสานสำหรับผู้ล่วงลับไปแล้ว เพราะความงามของศิลปะและความตระการตาของสิ่งก่อสร้างที่เน้นการใช้สีสดหลากหลายสีอันเป็นอิทธิพลศิลปะจากจีนปรากฏให้เห็นอยู่ทั่ว เมื่อพูดถึงศาลเจ้าแห่งนี้ ในมโนภาพของทุกคนจะเห็นเป็น “ประตูโยเมมอน” (陽明門) หรือที่รู้จักกันในนาม “ฮิงุระฌิโนะมอน” (日暮の門 ประตูพระอาทิตย์อัสดง) รูปสลักที่มีชื่อว่า “เนะมุริเนะโกะ” (眠り猫 แมวนิทรา) ที่อยู่เหนือประตูคุงุริมอน  (   り門) รูปสลัก “ซันซะรุ” (三猿 ลิงสามตัว) รูปลิงสามตัวที่เอามือปิดตา ปิดหู และปิดปาก มีนัยตามคติพจน์ของศาสนาพุทธนิกายเท็นได (天台宗) ว่าไม่มองความชั่ว, ไม่ฟังความชั่ว และไม่พูดความชั่ว และรูปสลักช้างในจินตนาการ ที่เรียกว่า “คะมิจิงโกะ” (上神庫) นอกจากนี้ยังมีอาคารที่ถูกยกให้เป็นสมบัติสำคั¬ญของชาติอีกหลายหลัง อาทิ ฮอนเด็น (本殿 ห้องโถงหลัก), อิชิโนะมะ (石の間 ห้องโถงหิน) และไฮเด็น (拝殿 หอสวดมนต์)

ศาลเจ้าฟุตะระซัง ตั้งอยู่ระหว่างสุสานไทยูอิน (家光廟大猷院) สุสานของโชกุนอิเอะมิทซึ และศาลเจ้าโทโฌงู เป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโต ที่สร้างขึ้นโดยพระโชโด โชนิน (勝道上人) ในปี พ.ศ. 1310 เพื่อบูชาเทพเจ้าสามองค์ คือโอคุนินุฌิ (大国主) เทพเจ้าแห่งแผ่นดิน ทะโงะริฮิเมะ (田心姫) ชายาของเทพเจ้าโอคุนินุฌิ และอะจิซึคิทะคะฮิโคะเนะ (阿遅鉏高日子根) โอรสและเทพเจ้าแห่งสายฟ้า ทั้งสามเป็นเทพที่ชาวญี่ปุ่นนับถือกันว่าเป็นผู้ช่วยสร้างและนำความรุ่งเรืองมาสู่หมู่เกาะ¬ญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี เพื่อไม่ให้สับสนระหว่างศาลเจ้าในเมืองใกล้เคียง คือเมืองอุทซึโนะมิยะ (宇都宮市) จึงมักเรียกศาลเจ้าแห่งนี้ว่า “ศาลเจ้าฟุตะระซังแห่งเมืองนิกโก” (日光二荒山神社)

ภายในมีสถาปัตยกรรมสำคัญอันถูกยกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม 23 อาคาร อันรวมถึงศาลเจ้าหลัก และสะพานศักดิ์สิทธิ์ฌินเงียว (神橋) ข้ามแม่น้ำไดยะ (大谷川) ที่เชื่อมระหว่างศาลเจ้าฟุตะระซังกับวัดแห่งเมืองนิกโก สะพานแห่งนี้เป็นหนึ่งในสามสะพานที่น่าพิศวงที่สุดในญี่ปุ่น ตำนานกล่าวว่า ขณะที่เทพเจ้าพยายามจะฝ่าสายน้ำอันเชี่ยวกรากของแม่น้ำไดยะอยู่นั้น ก็ปรากฏ งูสองตัวช่วยกันสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นเพื่อให้เทพเจ้าข้ามผ่านไปได้ สีแดงชาดของสะพานเป็นภาพที่น่าหลงใหล และดึงดูดใจยากที่จะลืมเลือนของผู้คนทุกยุคทุกสมัย

สำหรับ วัดรินโนจิ (輪王寺) หนึ่งใน 15 วัดพุทธที่สำคัญแห่งเมืองนิกโกนั้น สร้างขึ้นในปี พ.ศ.1309 โดยพระโชโด (勝道上人) ต่อมาวัดนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางของการประกอบศาสนกิจ และถูกใช้เป็นวัดประจำตระกูลโชกุนโทะคุงะวะสืบมา หลังจากที่มีการก่อสร้างสุสานไทยูอิน เรเบียว สุสานของโทะคุงะวะ อิเอะมิทซึ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2196 ในจำนวนอาคารที่เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติทั้ง 37 อาคารนั้น ห้องไอโนะมะ และห้องโถงที่เรียกว่าไฮเด็น ที่ตั้งอยู่ในอาคาร “ซันบุทซึโด” (三仏堂 โถงที่ประทับของพระพุทธเจ้าสามพระองค์) มีความสำคัญที่สุด ด้วยมีรูปปั้นทองคำของพระอะมิดะเนียวไร เจ้าแม่กวนอิมพันกร (千手観音 เซ็นจุคันนอน) และเจ้าแม่กวนอิมปางที่เรียกว่า “บะโตคันนอน” (罵頭観音ปางดุร้ายของเจ้าแม่กวนอิม) ประดิษฐานอยู่

ไม่รู้จักความอิ่มเอมในความงามของสถาปัตยกรรมทางศาสนาที่ถูกธรรมชาติอันยิ่งใหญ่รายล้อมไว้จริงๆ หากมิเคยได้ไปเยือน “วัดและศาลเจ้าแห่งเมืองนิกโก” มรดกทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นและของโลก


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น