จาก Barcode ถึง QR Code

, , No Comments

บาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่ปรากฏให้เห็นเป็นที่คุ้นตา และคิดว่าไม่เกี่ยวกับเราโดยตรงนั้น สำหรับในญี่ปุ่นแล้วไม่ใช่ เพราะหลังจากที่ QR โค้ดแบบที่สามารถอ่านตัวอักษรคันจิได้ถูกนำออกใช้ในหลายๆ วงการ ด้วยการทำงานร่วมกับโทรศัพท์มือถือที่มีระบบ G3 ก็ทำให้เราสามารถเข้าไปหาข้อมูลในเว็บไซท์ของทุกหน่วยงานบริษัทได้อย่างสะดวกง่ายดายขึ้น ทั้งยังจะได้เห็นรูปแบบการให้บริการใหม่ๆ เกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย

บาร์โค้ดนั้นได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีลักษณะพิเศษคือ การอ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูง ปัจจุบันเรานิยมใช้บาร์โค้ดกันอย่างกว้างขวาง เพราะทุกคนทราบถึงความสะดวกสบายหลายอย่าง ทุกระบบการค้าทั่วโลกกล่าวถึงบาร์โค้ดว่า “เป็นโค้ดที่สามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก” “เป็นโค้ดที่แสดงตัวอักษรได้มากมาย” และ “เป็นโค้ดที่ใช้พื้นที่น้อย” เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ เพื่อที่จะสามารถเก็บข้อมูลให้ได้ปริมาณมากยิ่งขึ้น จึงเพิ่มจำนวนหลักของบาร์โค้ดมากขึ้นตามไปด้วย ทั้งยังได้ใช้บาร์โค้ดหลายชุดเรียงต่อกัน แต่การดำเนินการเช่นนี้ทำให้เกิดปั­ญหา คือทำให้ใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น การอ่านมีความซับซ้อนมากขึ้น ต้นทุนการพิมพ์สูงขึ้น เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์สำหรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและแก้ไขปั­ญหานี้ จึงมี QR โค้ด หรือ “บาร์โค้ด 2 มิติ” เกิดขึ้น

QR โค้ดคืออะไร

QR โค้ด ย่อมาจาก Quick Response คือบาร์โค้ด 2 มิติชนิดหนึ่ง เป็นโค้ดที่ทำให้อ่านข้อมูลได้ง่าย ถือกำเนิดขึ้นโดยบริษัท เด็นโซ เวฟ ในปี พ.ศ. 2537 (ในขณะนั้น แผนกที่คิดค้นเป็นหน่วยงานหนึ่งของบริษัทเด็นโซ) บาร์โค้ดแบบปัจจุบันนั้นมีข้อมูลบรรจุในทิศทางเดียวเฉพาะในแนวนอน ส่วน QR โค้ด มีข้อมูลอยู่ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณข้อมูลที่สามารถบันทึกได้เข้าไป

บาร์โค้ด 2 มิติเป็นแบบใด

บาร์โค้ดแบบปัจจุบันสามารถบันทึกข้อมูลได้เพียงทิศทางเดียว แต่บาร์โค้ด 2 มิติสามารถเก็บข้อมูลได้ 2 ทิศทางทั้งแนวตั้งและแนวนอน

บาร์โค้ด 2 มิติมีคุณสมบัติพิเศษที่เหนือกว่าบาร์โค้ด 1 มิติ คือมีความจุของข้อมูลมากกว่า และใช้พื้นที่ในการพิมพ์น้อยกว่า นอกจากนี้ แม้ว่าบาร์โค้ดจะเปรอะเปื้อนหรือชำรุดเล็กน้อยก็สามารถซ่อมแซมได้

แบบที่พบทั่วไปมีลักษณะเป็นบาร์โค้ดแบบ 1 มิตินำมาเรียงซ้อนกันในแนวตั้ง (แบบเรียงซ้อนกัน) กับแบบเมตริกซ์ ซึ่งนำจุดที่เรียกกันว่าเซลสีขาวดำมาเรียงกันบนตารางหมากรุก

สนับสนุนฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ

QR โค้ด สามารถแยกส่วนของข้อมูลที่เป็นโค้ดออกมาได้ หรือกล่าวอีกอย่างว่า ข้อมูลที่แยกส่วนออกเป็น QR โค้ดหลายอัน (อย่างมากที่สุด 16 อัน) สามารถรวมเป็นข้อมูลอันเดียวกันได้ นอกจากนี้ ยังสามารถพิมพ์ออกมาโดยใช้พื้นที่แคบๆ ได้

ความจุของ QR โค้ด

ตัวเลขอย่างเดียว มากที่สุด 7,089 ตัว
ตัวอักษรภาษาอังกฤษ มากที่สุด 4,296 ตัว
ไบนารี (8 บิท) มากที่สุด 2,953 ไบท์
ตัวอักษรคันจิ และคะนะแบบเต็มตัว มากที่สุด 1,817 ตัว

ใช้พื้นที่น้อย

QR โค้ดนั้นสามารถแสดงข้อมูลได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน หากใช้บาร์โค้ดแบบปัจจุบันบรรจุข้อมูลที่เหมือนกันแล้ว บาร์โค้ดปัจจุบันจะใช้พื้นที่มากกว่าถึง 10 เท่า (นอกจากนี้ยังสามารถย่อขนาดลงได้อีก เรียกว่า “ไมโคร QR โค้ด”

QR โค้ดนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับบาร์โค้ดที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีคุณสมบัติเฉพาะที่พิเศษกว่าหลายประการคือ

บรรจุข้อมูลได้ปริมาณมาก

บาร์โค้ดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ส่วนให­ญ่จะบรรจุข้อมูลได้อย่างมาก 20 หลัก ส่วน QR โค้ดนั้นสามารถบรรจุข้อมูลได้หลายสิบเท่าไปจนถึงหลายร้อยเท่าของบาร์โค้ดในปัจจุบันเลยทีเดียว ทั้งยังสามารถบรรจุข้อมูลได้หลายรูปแบบ ได้แก่ ข้อมูลที่เป็นตัวเลข ตัวอักษรภาษาอังกฤษ คันจิ ฮิระคะนะ คะตะคะนะ สั­ลักษณ์ไบนารี และโค้ดสำหรับควบคุมต่างๆ เป็นต้น ใน 1 บาร์โค้ด มีความจุของข้อมูลมากถึง 7,089 ตัวอักษร (ตัวเลข)

แสดงตัวอักษรคะนะและคันจิที่มีประสิทธิภาพสูง

QR โค้ดของ­ญี่ปุ่นได้กำหนดค่ามาตรฐานไว้สำหรับตัวอักษร (ตัวอักษรคันจิ JIS ระดับ 1 และระดับ 2) สำหรับภาษา­ญี่ปุ่นขนาดที่สามารถแสดงผลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงคือ อักษรคะนะตัวเต็ม และคันจิ 1 ตัวจะมีขนาด 13 บิท ถ้าเทียบกับบาร์โค้ด 2 มิติแบบอื่นๆ แล้ว สามารถบรรจุข้อมูลได้มากกว่า 20% ขึ้นไป

จัดการกับความเปรอะเปื้อนและการชำรุดได้

QR โค้ด มีหน้าที่ในการทำงานข้อหนึ่งคือการแก้ไขความผิดพลาด แม้ว่าจะมีบาร์โค้ดบางส่วนเปื้อนหรือชำรุดก็สามารถซ่อมแซมได้ โดยสามารถซ่อมแซมข้อมูลได้มากที่สุดถึง 30% ของโค้ดเวิร์ด

หมายเหตุ

(1) โค้ดเวิร์ดคือหน่วยโครงสร้างของข้อมูล สำหรับ QR โค้ดนั้น 8 บิทเท่ากับ 1 โค้ดเวิร์ด
(2) กรณีที่ไม่สามารถซ่อมแซมข้อมูลได้ก็มี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของความเปรอะเปื้อนและการชำรุดเสียหาย

สามารถอ่านจากทิศทางใดก็ได้ 360°
QR โค้ดนั้นสามารถอ่านจากทิศทางใดก็ได้ 360° ในเวลาอันรวดเร็ว เทคนิคลับเฉพาะก็คือภายใน QR โค้ดจะมีสั­ลักษณ์ย่อขนาดอยู่ 3 แห่ง ที่สามารถอ่านได้อย่างรวดเร็วสม่ำเสมอโดยไม่ได้รับผลกระทบจากลวดลายที่ฉากหลัง

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น